
ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวหลังสวนทุกท่าน ที่วันเวลาที่มีความสุขของทุกท่านจะมาถึงอีกคร้งหนึ่ง ในงานแห่พระแข่งเรือขึ้โขนชิงธง ประจำปี 2553 ซึ่งมีที่เดียวในโลก สิ่งสำคัญที่สุดก็คือลูกหลานชาวหลังสวนที่ไปอยู่ที่อื่นทั่วประเทศได้กลับมาหาพ่อ แม่ พี่ น้อง รวมทั้งได้กลับมากราบครูอาจารย์ พบเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันมาด้วยกัน คุณค่าอยู่ตรงนี้มากกว่า การที่จะรักษาวัฒนธรรมประเพณีในชุมชนของตนนั้นให้คงอยู่นานที่สุด เป็นหน้าที่ของคนในชุมชนนั้นเป็นหลัก ไม่ใช่ไปอาศัยคนที่อื่นที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนมาบริหารจัดการโดยไม่ได้ยึดประโยชน์ของคนในชุมชนนั้นเป็นหลัก คนในชุมชนจะต้องคุยกันให้เข้าใจกันก่อน แล้วกำหนดทิศทางของชุมชนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวให้ได้ อย่ามาทำอะไรเฉพาะหน้ามันจะมีผลเสียมากกว่าผลดีครับ การถ่ายทอดสดหรือไม่สดไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ปัญหาอยู่ตรงที่เมื่อชุมชนมีกิกรรมที่ดีและสืบสานกันมานานเป็นประเพณีมาเกือบ 200 ปีนั้น จะมีช่องทางใดบ้างที่นำเสนอให้คนทั้งโลกได้รู้ได้เห็น และอยากจะมาเยือนชุมชนของเราเป็นที่สุดของการเดินทางท่องเที่ยวของเขา นี่ก็เป็นหน้าที่ของคนในชุมชนนั้นอีกนั่นแหละมันถึงจะยั่งยืน และยืนหยัดคงอยู่ตลอดไป ชุมชนที่ประสบความสำเร็จ และมีความสุขได้นั้น คนในชุมชนนั้นๆต้องรู้จักช่วยเหลือตัวเอง และช่วยเหลือเพื่อนๆในชุมชน รวมถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้ได้ครับ ขอฝากเรื่องของการคิดวางแผนการทำงานซึ่งน่าสนใจฝรั่งคนไหนบอกมาจำไม่ได้ครับ
"BEGINING WITH THE END IN MINE" แปลเป็นไทยทำนองว่า "การที่จะทำสิ่งใดๆ จะต้องเริ่มต้นอย่างไรและเสร็จสิ้นอย่างไรในความคิดก่อนที่จะลงมือทำ" ขอให้โชคดีทุกคนนะครับ
