ปากน้ำหลังสวน.. ชุมพร
22/05/12, 11:50 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 3 [4]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คู่มือท่องเที่ยวปากน้ำหลังสวน.. ฉบับพกพา  (อ่าน 6644 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
knownjn
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 91


« ตอบ #30 เมื่อ: 11/01/10, 19:43 »

ปัญหาโลกแตก  ...ไม่มีตังก์ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คนหลังจอ
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,202



« ตอบ #31 เมื่อ: 11/01/10, 21:40 »

ปัญหาโลกแตก  ...ไม่มีตังก์ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม

..ตังก์ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ปัญหาทั้งหมดครับ
..ที่ผมถามหาเจ้าภาพ หมายถึงหาบุคคล องค์กร ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาเป็นเจ้าภาพดำเนินการ ..ส่วนเรื่องงบประมาณนั้นพอหาได้ครับ ไม่เกินกำลัง
  ยิงฟันยิ้ม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ : คนดี ดีด้วยการกระทำ
ดีดี.. ที่หลังสวน http://www.facebook.com/langsuan
นายป๋อง
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 849


หนทางที่ยาวไกล พ่ายหัวใจนักสู้


เว็บไซต์
« ตอบ #32 เมื่อ: 12/01/10, 14:23 »

ข้อคิด ที่อยากเสนอแนะ

๑. นายป๋องเชื่อว่า ด้วยทรัพยากรสำหรับการท่องเที่ยว เรามีเต็มร้อย แต่ ความพร้อมของบุคคล ประชาชนในพี้นที่ ล่ะ พร้อมหรือเปล่า
๒. ความพร้อมในที่นี้ ไม่ใช่พร้อมสำหรับนำเอาทรัพยากร ไปขาย หรือให้เช่ากับนักลงทุนนะ ถ้านึกภาพไม่ออก แนะนำให้ดู ปาย เป็นตัวอย่าง  หรือจะเข้าไปอ่านดูก็ได้ครับ ที่นี่ http://www.ontotour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=342852&Ntype=4 แล้วมาวางแผนกันดูครับว่า เราจะเลือก บริบท ของชุมชน หรือจะเลือก ระบบเศรษฐกิจ แบบไร้ทิศทาง
๓. เราจะพัฒนาไปในทางใหน จะโตไปพร้อม ๆ กันทั้งจังหวัด หรือจะโตแค่หลังสวนที่เดียว
๔. ขอเน้น เรื่องความจริงใจที่จะพัฒนา "บ้าน" ให้ยั่งยืน และทั่วถึง เพราะหากบูมที่เดียวอย่างปาย ถึงเวลาก็จะล่มทั้งหมด นายป๋องเชื่อว่า แต่ละอำเภอ มีของดีที่เด่น ๆ ไม่ซ้ำกัน ถ้าสามารถดึงให้นักท่องเที่ยวไหลเลื่อนอยู่ในจังหวัดชุมพรได้ เราจะมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ไม่ใช่พัฒนาแบบ ตัวใครตัวมัน ตำบลใคร ตำบลมัน อย่างปายที่ยกตัวอย่างไว้ ถึงฤดูที่นักท่องเที่ยวเข้า อย่าว่าถึงที่นอนเลย ที่สำหรับ "ยิงกระต่าย" หรือ "เด็ดดอกไม้" อาจจะทับหัวนอนกันก็ได้ ในขณะที่ ปางมะผ้า หรืออำเภออื่น ๆ  มีที่ว่างมากมายที่เป็นโรงมหรสพทางแมลง เปิดแสดงออเคสตร้า ทั่วอำเภอ เพียงแต่ ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปฟังเท่านั้นเอง
พอนักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวก หรือ ไม่เห็นภาพอย่างที่วาดไว้ ก็จะพูดกันปากต่อปาก แล้วก็จะไม่มีใครไปอีก

บุคคลอันตรายที่ไม่ควรให้เข้าคือ "นักลงทุนที่เห็นแก่ตัว" คนกลุ่มนี้ เหมือนเห็บ หมัด หรือตัวปรสิต ที่เข้ามาเกาะสูบเลือด โกยผลประโยชน์ แล้วก็ถ่ายมูล ที่มีเชื้อโรคร้ายไว้ให้ชุมชนเสื่อม และคนกลุ่มนี้ มักจะมีพาหะที่เป็นนักการเมือง "สกปรก" ในท้องถิ่น เป็นตัวนำเข้ามา เหมือน "มด กับ เพลี้ย" เพราะ มด จะเป็นตัวอุ้ม หรือ คาบ เพลี้ยให้มาเกาะที่ต้นไม้ เพลี้ยเกาะดูดน้ำเลี้ยง และอาหารจากต้นไม้ พร้อม ๆ กับขับน้ำหวาน (เอ หรือว่าขี้หวาน ๆ หว่า) ออกมาทางก้น ให้มดมากิน ต้นไม้ก็จะมีใบแห้งเหลือง ไม่ออกดอก ออกผล หรือออกแต่ขายไม่ได้ เพราะไม่สมบูรณ์ พอต้นตาย มดตัวเดิม ก็คาบเจ้าเพลี้ยตัวเก่า ไปเกาะที่ต้นใหม่เรื่อย ๆ ไป
เพราะฉะนั้น วิธีที่จะกำจัดเพลี้ยให้ได้ผล ต้องกำจัดมดควบคู่กันไปด้วยครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

พาโล อปริณายโก, คนโง่ คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ
knownjn
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 91


« ตอบ #33 เมื่อ: 15/01/10, 21:03 »

มีสถานที่ไหน/จังหวัดไหน/ประเทศไหน ที่พอจะเป็นตัวอย่างแนวทางในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่ดีแก่หลังสวนบ้างไม๊ครับ
ที่ประมาณว่า ประชากรอยู่ดีกินดี(ไม่ยากจน) สาธารณูปโภคพร้อม ไม่มีปัญหาสังคม วิถีชีวิต/ขนบธรรมเนียมประเพณีและทรัพยากรธรรมชาติไม่ถูกทำลาย ...ทำนองนี้น่ะครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นายป๋อง
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 849


หนทางที่ยาวไกล พ่ายหัวใจนักสู้


เว็บไซต์
« ตอบ #34 เมื่อ: 16/01/10, 00:44 »

...............ล...............า...............ว...............
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

พาโล อปริณายโก, คนโง่ คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ
นายป๋อง
Global Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 849


หนทางที่ยาวไกล พ่ายหัวใจนักสู้


เว็บไซต์
« ตอบ #35 เมื่อ: 16/01/10, 11:32 »

นายป๋องไม่ได้กวนนะครับ ถ้าถามนายป๋องตอนนี้ว่าอยากไปเที่ยวใหนมากที่สุด ก็จะตอบว่า เวียงจันทน์ กับ หลวงพระบาง มาดูเงื่อนไขที่พูดถึงกัน

ประชากรอยู่ดีกินดี (ไม่ยากจน)>>>> นายป๋องไม่เห็นว่า คนลาวอดอยาก
สาธารณูปโภค พร้อม >>>> ก็ไม่เห็นว่าเดินทางไป - มา ลำบากขนาดใหน น้ำ - ไฟ ก็สะดวก
ไม่มีปัญหาสังคม >>>> อันนี้นายป๋องไม่รู้ แต่ไม่เคยได้ข่าวว่ามี
วิถีชีวิต/ขนบธรรมเนียมประเพณี >>>> ต้องบอกเลยว่า ถ้าอยากเห็นประเทศไทยเมื่อ 30 - 50 ปี ที่แล้ว ให้ไปดูที่ เวียงจันทน์ กับหลวงพระบาง
ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ถูกทำลาย >>>> ข้อนี้ก็คงไม่มีใครเถียงนายป๋องล่ะครับ (เอ !!! หรือว่ามีน้ออออออออ) ไม่เคยได้ข่าวว่า มีภัยธรรมชาติ โคลนถล่มในลาว ไม่เคยได้ข่าวว่า มีไฟป่าในลาว หรือว่ามีน้ำท่วมหนักในลาว เพราะปัญหาเหล่านี้ เกิดจากทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย

ดูเหมือนกับลาว ลักเอาแนวพระราชดำรัส เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวของไทยไปใช้นะ

ความอยู่ดีกินดี ความไม่ยากจน นายป๋องว่า อยู่ที่ "ความพอ" และความเป็น "ปัจเจกบุคคล" ของใครของมันมากกว่า
คนมีเงินเก็บอยู่ในธนาคาร 5,000 บาท กับคนมีเงินเก็บรวมทั้งทรัพย์สินรวมกันแล้ว 5 หมื่น 5 พันล้าน ยูเอส บางทีอาจจะมีความสุขเท่ากันก็ได้ (หากนับความสุข 5,000 บาท = 1 ความสุขของคนรวย 5 หมื่น 5 พันล้าน ยูเอส ควรจะเท่ากับ 1x11ล้านxอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ใช่ใหม)
ชาวลาว รวย หรือจน ภาพที่นายป๋องนึกออก ไม่ได้มีเรื่องเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่นายป๋องว่า ชาวลาว เป็นชาติที่ "รวยความสุข" นะ นายป๋องว่างั้น

หันจากลาวกลับมาที่เรา เราจะเลือกรักษาอะไรไว้ ระหว่างเอกราชของวัฒนธรรมประเพณีที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเราเอง กับ ระบบเศรษฐกิจที่ต้องแข่งขัน หมุนวนไปตามกระแสโลก

เราจะเลือก กินให้พอดีอิ่ม แล้วให้ลูก หลาน เหลน โหลน หลอน  ขยิบตา มีกินไปตราบนานเท่านาน

หรือจะกอบโกย กอบกิน แปลงเป็นทรัพย์สินเงินทอง ไว้ให้ลูก - หลาน (เอาแค่ชั้นนี้พอ เพราะถ้าตั้งใจผลาญกันจริง ๆ ก็หมดเพียงแค่ชั่วลมหายใจเดียว) ช่วยกันผลาญ จนสิ้น ไม่เหลืออะไรไว้ให้ รุ่นต่อไปได้ภูมิใจ และทำมาหากิน

ในที่สุดก็จะเหลือแค่ "ซากวัฒนธรรม" บนหน้ากระดาษเปื่อยยุ่ย ที่เรียกกันว่า "หนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย" ในอีก 1 ชั่วอายุคนข้างหน้า

พวกเรานับว่าโชคดีกว่าหลาย ๆ ประเทศรอบ ๆ มากมาย ที่มีเอกราชมายาวนาน แต่ความโชคดีของเรา อาจจะเป็นผลร้าย เพราะเราไม่รู้จักรสชาติความขม ของการเป็นเมืองขึ้นของใคร เลยทำให้ไม่รู้จักความลำบาก ไม่รู้จักความมีระเบียบวินัย เพราะไม่เคยมีใครมาบังคับ

ชาวไทยโชคดี ที่มีพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ ที่มีสายพระเนตรยาวไกล จะขอยกตัวอย่างมาสัก 1 ตัวอย่าง เพื่อเป็นแนวทางว่าเราควรจะยึิดถือกันดีหรือไม่

เป็นพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ ที่ทรงมีกับพระยาศรีสุริยวงศ์ ขออัญเชิญมาไว้ที่นี้ความว่า
"การต่อไปภายหน้า ฯ การศึกสงครามข้างญวนข้างพม่า ก็เห็นจะมิมีแล้ว จักมีอยู่ก็แต่พวกข้างฝรั่ง ให้ระวังให้ดีอย่าให้เสียทีแก่เขาได้ การงานสิ่งใดของเขาที่คิดควรจักร่ำเรียนเอาไว้ก็ให้เอาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปทีเดียว"

ไม่ได้อยากให้ย้อนกลับไปเป็นแบบลาว เพราะเรามาไกลเกินกว่าจุดนั้นมาแล้ว แต่อยากให้ช่วยกันคิดว่า เราจะรักษาอะไรไว้ได้บ้าง ในช่วงอายุของพวกเราเท่านั้นเองครับ ลองมองให้ดีว่า เรากำลังจะเป็นเมืองขึ้นทางวัฒนธรรม กันหรือเปล่า ?? ??
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

พาโล อปริณายโก, คนโง่ คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ
หน้า: 1 2 3 [4]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.9 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF | Sitemap Valid XHTML 1.0! Valid CSS!